วันแรก กมธ.การทหาร ลงพื้นที่สัตหีบ ติดตามความพร้อมกองทัพเรือ–ความคืบหน้า ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช ก่อนพิจารณาบทเรียนสู่โครงการฟริเกตลำใหม่
วันแรก กมธ.การทหาร ลงพื้นที่สัตหีบ ติดตามความพร้อมกองทัพเรือ–ความคืบหน้า ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช ก่อนพิจารณาบทเรียนสู่โครงการฟริเกตลำใหม่
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการและคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานด้านกิจการทหารเพื่อความมั่นคง ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับฟังข้อมูล ติดตามความพร้อม และศึกษาปัญหาอุปสรรคจากการปฏิบัติงานจริงของกองทัพเรือในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี พลอากาศตรี ผจญ การเที่ยง ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการทหาร ร่วมคณะติดตามและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นด้านความพร้อมทางเทคนิค การซ่อมบำรุง การแก้ไขข้อบกพร่อง ตลอดจนแนวทางยกระดับประสิทธิภาพการสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือ โดยมีผู้แทนกรมอู่ทหารเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปหนึ่งในประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการให้ความสนใจ คือ ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเครื่องยนต์ของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช โดยได้รับทราบว่าเครื่องยนต์ชุดใหม่จากสาธารณรัฐเกาหลีได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการตามขั้นตอนทางเทคนิคเพื่อเตรียมติดตั้งและทดสอบความพร้อมต่อไปคณะกรรมาธิการได้ติดตามทั้งกระบวนการซ่อมบำรุง การสนับสนุนอะไหล่ การดำเนินการตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการแก้ไขจะนำไปสู่ความพร้อมใช้งานของเรืออย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดปัญหาซ้ำในอนาคตนอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังให้ความสำคัญกับการนำบทเรียนจากเรือที่กองทัพเรือใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ไปประกอบการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของระบบหลัก การรับประกัน การซ่อมบำรุงระยะยาว การจัดหาอะไหล่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และศักยภาพของอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศพลอากาศตรี ผจญ การเที่ยง ได้ร่วมให้ข้อสังเกตว่า การพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ของกองทัพไม่ควรมองเฉพาะราคาจัดหาในวันทำสัญญาเท่านั้น แต่ควรพิจารณาตลอดวงจรการใช้งาน ทั้งความพร้อมของระบบ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง การจัดหาอะไหล่ ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการตรวจสอบว่าการซ่อมแซมดำเนินการถึงขั้นตอนใด แต่ยังมุ่งศึกษาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถนำไปปรับปรุง TOR เงื่อนไขสัญญา และกระบวนการจัดหาในอนาคตได้อย่างไร เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาผลประโยชน์ของรัฐคณะกรรมาธิการย้ำว่า งบประมาณด้านความมั่นคงเป็นงบประมาณที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องโดยตรงกับขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ ดังนั้น การพิจารณาทุกโครงการต้องคำนึงถึงทั้ง ความจำเป็น ความคุ้มค่า ความพร้อมใช้งาน และความสามารถในการดูแลรักษาได้ในระยะยาวข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในวันแรก จะนำไปประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการการทหาร เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนากองทัพ การบริหารงบประมาณ และการจัดหายุทโธปกรณ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ โดยคำนึงถึงความมั่นคงและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
มงคลชัย ใจธรรมมะ รายงานข่าว










ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น