ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความการปฏิรูปประเทศ ”7 สิงหา วันรพี“ อุดมคตินักกฎหมายภายใต้วิกฤติศรัทธา นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หนึ่งในผู้ผลักดันการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เขียนบทความในวาระวันรพีวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาไว้อย่างน่าสนใจโดยมีเนื้อหาสาระดังนี้

”7 สิงหา วันรพี :อุดมคตินักกฎหมายภายใต้วิกฤติศรัทธา“ โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ..พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย “My life is my service” (ชีวิตของข้าพเจ้ามีไว้รับใช้ผู้อื่น)..”ทุกวันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปี สังคมไทยร่วมรำลึกถึง "วันรพี" วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น "พระบิดาแห่งกฎหมายไทย" พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานระบบกฎหมายและการศาลยุติธรรมสมัยใหม่ ทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมาย ปรับปรุงบทบัญญัติให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการปลูกฝัง "อุดมคติแห่งความยุติธรรม" ให้แก่ผู้ใช้กฎหมายทุกคน ดังพระดำรัสอันเป็นอมตะวาจาว่า “My life is my service” (ชีวิตของข้าพเจ้ามีไว้รับใช้ผู้อื่น) ทว่า เมื่อเราก้าวผ่านกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน และมองกลับมายังกระบวนการยุติธรรมของไทย คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในใจของสังคมคือ เรากำลังเดินตามรอยพระเจตจำนงของพระบิดาแห่งกฎหมายไทย หรือเรากำลังหลงทางอยู่ในวิกฤติศรัทธาของกฎหมายและการบังคับใช้?

1. วิกฤติตัวบทกฎหมาย: เมื่อกฎหมายกลายเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เกราะป้องกันเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการมีกฎหมาย คือการสร้างความสงบเรียบร้อยและปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเท่าเทียม แต่ในปัจจุบัน สังคมไทยกลับเผชิญกับภาวะ "กฎหมายล้นเกลื่อน" (Hyper-regulation) และปัญหา "กฎหมายไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง" ที่น่ากังวลไปกว่านั้น คือการถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำบทบัญญัติทางกฎหมายบางฉบับไปใช้เป็น "เครื่องมือ" มากกว่าการรักษาความสงบสุข ซึ่งลดทอนคุณค่าของตัวบทกฎหมาย จากเดิมที่เป็น "สัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม" ให้กลายเป็นเพียง "กลไกของการใช้อำนาจ"

2. วิกฤติการบังคับใช้: "คุกมีไว้ขังคนจน" และภาวะสองมาตรฐานปัญหาหลักที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่เพียงตัวบทกฎหมาย หากแต่เป็น "กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย"วาทกรรมที่ว่า "คุกมีไว้ขังคนจน" ยังคงหลอนหลอกสังคมไทยอยู่เสมอ เมื่อภาพความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

1.ความเร็ว-ช้าที่ไม่เท่ากันคดีของประชาชนคนธรรมดา หรือคดีความเห็นต่าง มักดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเข้มงวด ในขณะที่คดีของผู้มีอิทธิพล นายทุน หรือผู้มีอำนาจ กลับเจอกระบวนการที่ล่าช้า ความคืบหน้าที่สูญหาย หรือข้อหักล้างที่เปิดช่องให้หลุดพ้นความผิด

2.มาตรฐานการประกันตัวการกำหนดเงื่อนไขและหลักทรัพย์ในการปล่อยตัวชั่วคราวที่กลายเป็นภาระหนักหน่วงสำหรับผู้ยากไร้ ทำให้เกิดภาวะ "ติดคุกเพราะไม่มีเงินประกัน" ทั้งที่ยังไม่มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดเมื่อประชาชนรู้สึกว่ากฎหมายไม่อาจให้ความคุ้มครองพวกเขาได้อย่างเท่าเทียม "ความศรัทธาในระบบศาลและตำรวจ" จึงลดน้อยถอยลง และนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของอำนาจรัฐทั้งหมด

3. ทางออกและการกอบกู้ศรัทธา: คืนหัวใจให้กระบวนการยุติธรรมการรำลึกถึงกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ในวันรพีปีนี้ จึงไม่ควรเป็นเพียงพิธีกรรมวางพวงมาลาหรือการกล่าวคำซาบซึ้งตามประเพณีเท่านั้น หากแต่ต้องเป็น "จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปอย่างจริงจัง" ใน 3 แนวทางหลัก:

1. การปฏิรูปตัวบทกฎหมาย (Regulatory Guillotine):ยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย ลิดรอนสิทธิ หรือเปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อคืนเจตนารมณ์ในการคุ้มครองประชาชน

2. การบังคับใช้ที่ตรงไปตรงมาและตรวจสอบได้:ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจ อัยการ ศาลและกรมราชทัณฑ์ให้มีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และมีระบบตรวจสอบความโปร่งใสที่ประชาชนเข้าถึงได้

3. การสร้างจิตสำนึกของนักกฎหมาย:ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ได้เคยทรงวางไว้ นักกฎหมายและผู้ใช้อำนาจต้องไม่มองกฎหมายเป็นเพียง "ลายลักษณ์อักษร" แต่มองเห็น "ชีวิตและความเป็นมนุษย์" ของผู้ได้รับผลกระทบและเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นๆสรุปพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์เคยทรงสร้างระบบกฎหมายไทยขึ้นมาจากความว่างเปล่า เพื่อนำพาประเทศให้รอดพ้นจากการถูกต่างชาติกดขี่และสถาปนาความยุติธรรมในแผ่นดิน ในวันนี้ หน้าที่ในการรักษาและกอบกู้ระบบกฎหมายนั้น ตกเป็นของนักกฎหมาย ผู้ใช้อำนาจ และประชาชนทุกคนวิกฤติศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายของไทย ถูกตอกย้ำด้วยคดีใหญ่หลายคดีที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งแต่ละคดีสะท้อนถึงจุดบกพร่องในมิติที่ต่างกัน ทั้งเรื่องการตรวจสอบอำนาจรัฐ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และข้อกังขาเรื่องมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียม หากต้องการรำลึกถึงพระองค์อย่างแท้จริง เราต้องร่วมกันทำให้ "ความยุติธรรม" ไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนบางกลุ่ม แต่เป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" ที่ทุกคนในสังคมไทยได้รับอย่างเท่าเทียม เพื่อให้กฎหมายกลับมาเป็นที่พึ่ง และคืนความศรัทธาให้แก่สังคมไทยอีกครั้ง.




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับกษัตริย์เจ้า สุลต่าน ตวนกูกองต้า เมดาล คณะผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26–30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมี นายอ้ซมิน อาแว  ได้ให้การต้อนรับ กษัตริย์เจ้า สุลต่านตวนกู กองต้า เมดาล พร้อมด้วยพระราชินี พระโอรส และพระญาติเจ้า ท่านพ่อนาซา MEJ (K) DATO SRI DRAB NASIR MOHD NOOR  มาเลเซีย ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรม ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ของสถาบัน ในการนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชม ผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิผลิตภัณฑ์ด้าน อัมพัน ทะเลชีวภาพและเครื่องสำอาง จากทรัพยากร ทางทะเล รวมถึงโครงการ วิจัยเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ของประเทศโอกาสดังกล่าว มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับและประสานงาน รวมถึง DATO Nagon ท่านนกรณ์ สุคนธชาติ น.ส ศุภาดา อมลร์ศมิ์ ผู้ประสานงาน ไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย นาย พงศ์วิสิฐ ศรีบุญไทย ดาโต๊ะ เด่น คร.ขนิษฐา ชวนธนาเศรษฐ์ พ.ต.ท.ปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานผู้ไกล่เกลี่ย สตช. ดร.สุนทรี รองประธ...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน