แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชื่อมความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนเหนือ-อีสาน เน้นบูรณาการข้อมูลและปฏิบัติการเข้มข้น สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) และ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและประชุมหารือร่วมกับหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงการทำงานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการป้องกัน สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งยกระดับการทำงานตั้งแต่การเฝ้าระวังและสกัดกั้นตามแนวชายแดน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ไปจนถึงการบำบัดและฟื้นฟูผู้เสพ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างครบวงจรและเชื่อมโยงกันในทุกมิติ สำหรับการดำเนินงานของ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) เป็นการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แบ่งการทำงานเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสกัดกั้น มีทหารเป็นกำลังหลัก คอยเฝ้าระวังและสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่, ด้านการปราบปรามและขยายผล มีตำรวจเป็นกำลังหลักในพื้นที่ตอนใน เน้นสืบสวนหาข่าวเชิงลึก ตรวจค้น และขยายผลดำเนินคดี ส่วนด้านการป้องกัน มีฝ่ายปกครองเป็นกำลังหลักในการสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านและชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังโดยผลการดำเนินงานระหว่าง 1 ตุลาคม 2568 – 31 กรกฎาคม 2569 สามารถสกัดกั้นยาบ้าได้กว่า 569 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 19,378 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เฮโรอีนมีผลการจับกุมลดลง และพบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต 50 ราย, ด้านการปราบปราม มีการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด 8,878 ครั้ง พร้อมขยายผลเครือข่ายยาเสพติดได้ 21 เครือข่าย และด้านการป้องกัน มีการอบรม ชรบ. ในพื้นที่ชายแดน 6 จังหวัด 25 อำเภอ 2,103 หมู่บ้าน มีผู้เข้าร่วมกว่า 70,410 คน และปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง 172,808 ครั้งทั้งนี้ การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับสถานการณ์ยาเสพติดตามแนวชายแดน พร้อมมุ่งลดการลักลอบนำเข้าและการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตลอดจนสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ หมายเหตุ : สามารถดาวน์โหลดวิดีโอได้ที่ลิงก์ https://drive.google.com/file/d/15ClarOdJzZDNOGar7BhqqAxW1RIsy3DE/view?usp=drive_link
ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ธีรพงศ์ นาคแนม
(นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร) โทร
0831671688 รายงาน**ก้าวผ่านคำว่า "หน้าที่" คือ"จิตอาสา"
อย่างแท้จริง ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา…


















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น