จังหวัดเชียงราย จับมือ สปป.ลาว-TEI-GIZ ปลูกต้นไม้ 7,400 ต้น เสริมแนวกำแพงเขียวขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานแก้ฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน
จังหวัดเชียงราย จับมือ สปป.ลาว-TEI-GIZ ปลูกต้นไม้ 7,400 ต้น เสริมแนวกำแพงเขียวขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานแก้ฝุ่น PM2.5 ข้ามแดน
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เสริมแนวกำแพงเขียว เพิ่มความสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ไทย-ลาว ร่วมแก้ปัญหา PM2.5 หมอกควันข้ามแดนและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยมี ท่านสมนึก อินทะพรหม รองหัวหน้าห้องว่าการแขวงบ่อแก้ว เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมด้วย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น คณะผู้บริหารจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน จิตอาสา 904 จังหวัดเชียงราย จิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงราย และเยาวชนจากพื้นที่หมู่บ้านชายแดน 22 หมู่บ้าน รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ แก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย อำเภอเวียงแก่น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนานชายแดนไทย ลาว เมียนมา และ GIZ ภายใต้โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืนแบบองค์รวม (ISRL) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา และเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับพื้นที่ (Local-to-Local Cooperation) ระหว่างอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทราย และเมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยร่วมกันปลูกต้นไม้และไม้ป่าพื้นถิ่นที่เพาะเชื้อราเห็ดไมคอร์ไรซารวมทั้งสิ้น 7,400 ต้น เพื่อสร้างแนวกันชนสีเขียว (Green Buffer/Green Belt) ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ และส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการปลูกมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยขับเคลื่อนการขยายความร่วมมือในรูปแบบ "เมืองคู่ขนาน" ที่ครอบคลุมทั้งการปลูกป่าฟื้นฟูในช่วงฤดูฝน และการทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นการวางรากฐานการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานปกครองและชุมชนชายแดนทั้งสองประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดนและฝุ่นละออง PM2.5 จากแหล่งกำเนิด ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงมีคุณภาพชีวิตและอากาศที่บริสุทธิ์อย่างยั่งยืนต่อไป
ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่
3 ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว
จังหวัดพิจิตร) โทร 0831671688 รายงาน**ก้าวผ่านคำว่า "หน้าที่"
คือ"จิตอาสา" อย่างแท้จริง ** จิตอาสาพัฒนา
เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา….บุญอาจส่งให้เสวยสุข แต่ธรรมเท่านั้นที่จะรักษาใจ
ไม่ให้ตกต่ำลงจากความดี คนมีฤทธิ์แต่ไม่มีหิริ ย่อมใช้ฤทธิ์ไปทางที่ชั่ว
คนมีบุญแต่ไม่มีโอตัปปะย่อมประมาทและทำลายบุญของตนเอง ส่วนผู้ใดมีความละอายชั่ว
และเกรงกลัวบาปอยู่ในหัวใจ แม้ยังเดินอยู่บนพื้นดิน ผู้นั้นก็มี เทวธรรม อยู่ในตนแล้ว
อย่ามัวแต่แหงนมองหาเทวดาบนฟ้า จนลืมสร้างธรรมของเทวดาไว้ในใจตน เพราะคนจะสูงหรือต่ำ
มิได้วัดกันด้วยภพภูมิที่อาศัย แต่วัดกันตรงที่ เมื่อความชั่วผ่านเข้ามาในใจ
เรายังรู้จักคำว่า ละอาย และเกรงกลัว อยู่หรือไม คำของครูบาอาจารย์บันทึกสอนไว้





















































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น