ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“มิสเตอร์เอทานอล“ เสนอปลดล็อควิกฤตพลังงาน สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่บนศักยภาพประเทศสู่ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต

“มิสเตอร์เอทานอล“ เสนอปลดล็อควิกฤตพลังงาน สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่บนศักยภาพประเทศสู่ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต 

นายอลงกรณ์ พลบุตร "มิสเตอร์เอทานอล"ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.นำเสนอรายงานปฏิรูปประเทศไทยตอนที2 วันนี้โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ “รายงานปฏิรูปประเทศไทย (ตอนที่ 2) “ยุทธศาสตร์ใหม่ประเทศไทย:ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต” โดย: นายอลงกรณ์ พลบุตร "มิสเตอร์เอทานอล"ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้งมูลนิธิพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ใครเมท อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนหนึ่ง รากฐานห่วงโซ่พลังงานชีวภาพและภาคเกษตรกรรม "ความแกร่งของภาคเกษตรกรรม" เป็นฐานวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง (Advanced Biofuels) โดยปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตสะสมของเชื้อเพลิงชีวภาพรวมกว่า 17.28 ล้านลิตรต่อวัน ควบคู่ไปกับฐานพลังงานชีวมวลที่แข็งแกร่ง ดังนี้

1.เอทานอล (Ethanol) – แชมป์ความมั่นคงทางวัตถุดิบและการผลิต

  ปัจจุบันมีโรงงานเอทานอลที่เปิดดำเนินการรวม 28 โรงงาน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมสูงถึง 7.02 ล้านลิตรต่อวัน ขับเคลื่อนด้วยวัตถุดิบหลักในประเทศอย่างมันสำปะหลังและกากน้ำตาล (Molasses)เป็นหลักและควรมุ่งสู่การยกระดับมูลค่าอุตสาหกรรม BioindustryและอุตสาหกรรมBioenergy เช่น Ethanol Fuelcellเครื่องยนต์ยุคใหม่ Alcohol-to-Jet (ATJ) เพื่อกลั่นเป็นน้ำมันเครื่องบินยั่งยืน (SAF) คาดการณ์ศักยภาพในการป้อนวัตถุดิบจะช่วยดันกำลังการผลิต SAF จากฐานเอทานอลให้ขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 15 ต่อปี ตอบโจทย์ความต้องการเคมีภัณฑ์ชีวภาพโลก

2.ไบโอดีเซล (Biodiesel) และ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil)     โครงสร้างอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของไทย (B100) มีผู้เปิดดำเนินการ 16 ราย กำลังการผลิตติดตั้งรวมสูงถึง 10.26 ล้านลิตรต่อวัน โดยมีความได้เปรียบจากห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันที่ติดอันดับ Top 3 ของโลก  ก้าวต่อไปคือการทรานส์ฟอร์มไปสู่เทคโนโลยีน้ำมันดีเซลชีวภาพขั้นสูง หรือ HVO ซึ่งมีคุณสมบัติทางเคมีเทียบเท่าน้ำมันดีเซลฟอสซิล 100% แต่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึงร้อยละ 80-90 โดยวางเป้าหมายระยะแรกในการตั้งฐานโรงกลั่น HVO เชิงพาณิชย์ให้มีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 1 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรองรับภาคการขนส่งหนักข้ามแดน (Cross-border Logistics) และเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่

3.ก๊าซชีวภาพและไบโอมีเทน 

(Biogas & Biomethane)

การแปรรูปของเสียจากอุตสาหกรรมเกษตร (น้ำเสียจากโรงงานแป้งมัน ลำสับปะรด และมูลสัตว์) ผ่านกระบวนการยกระดับคุณภาพ (Upgrading) เป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) เพื่อส่งเข้าสู่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติหลัก (Grid Injection) ของประเทศ ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

4.พลังงานชีวมวล (Biomass) และชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellets) การส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะในระบบรวมกันมากกว่า 1,700 เมกะวัตต์ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมการส่งออกชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellets) ป้อนตลาดเอเชีย (ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) ภายใต้การเตรียมความพร้อมรองรับกฎระเบียบมาตรฐานระดับโลกอย่าง EUDR (กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของยุโรป) 

ก้าวใหม่ยานยนต์แห่งอนาคต ระบบกักเก็บพลังงาน และโลจิสติกส์สีเขียว การเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต ผูกพันอย่างแนบแน่นกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเทศไทยเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค

1. "Detroit of Asia"ขยับรับคลื่น EV

  ไตรมาสแรกของปี 2026 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมั่นคง

สิ่งที่น่าสนใจคือ พอร์ตการผลิตเกือบร้อยละ 67 เป็นการผลิตเพื่อการส่งออก สะท้อนการเป็นฐานที่มั่นระดับโลก ขนานไปกับยอดผลิตรถจักรยานยนต์ในไตรมาสแรกที่พุ่งสูงถึง 635,887 คัน โดยมีกำลังการผลิตรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 - 2.4 แสนคัน การเติบโตของยานยนต์เหล่านี้ทำให้ภาพ "Detroit of Asia" ยานยนต์-จักรยานยนต์ไทยหวนคืนมาในขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเร่งการใช้โครงข่ายไฟฟ้าสะอาดระดับเมกะวัตต์

2. จุดเปลี่ยนเสถียรภาพพลังงาน: ระบบกักเก็บพลังงานแบบวาเนเดียม (Vanadium Redox Flow Battery - VRFB)

เพื่อให้แผน PDP 2026 ที่บรรจุพลังงานหมุนเวียนสูงถึงร้อยละ 70 ประสบความสำเร็จ ประเทศไทยกำลังก้าวข้ามข้อจำกัดของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเดิม ด้วยการส่งเสริมการลงทุนใน "ระบบกักเก็บพลังงานแบบวาเนเดียมเรดอกซ์โฟลว์" (VRFB) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับโครงข่าย (Utility-scale Energy Storage) ที่มีจุดเด่นสำคัญเมื่อเทียบกับระบบกักเก็บพลังงานทั่วไป ดังนี้

2.1ความปลอดภัยระดับสูงสุด มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ (Non-flammable 100%)

2.2อายุการใช้งานยาวนาน (Long Lifespan) รองรับรอบการชาร์จและจ่ายไฟ (Cycles) ได้มากกว่า 15,000 ถึง 20,000 รอบ หรือคิดเป็นอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี โดยไม่มีปัญหาประสิทธิภาพเสื่อมถอยต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมที่เริ่มเสื่อมสภาพหลังผ่านไป 3,000-5,000 รอบ

2.3เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ภาคพลังงานของไทยควรตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนเพื่อติดตั้งระบบ VRFB ในสถานีไฟฟ้าย่อยและเขตนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวทั่วประเทศเพื่อทำหน้าที่เป็น "เขื่อนกักเก็บไฟฟ้าดิจิทัล" สร้างความมั่นคง (Grid Stability) ให้กับโครงข่ายไฟฟ้า

3.ศูนย์กลางการบินและการขนส่งทางทะเลสีเขียวด้วย "กรีนแอมโมเนีย" และ "SAF" ยุทธศาสตร์การคมนาคมไร้คาร์บอนของไทยควรเร่งขับเคลื่อนอย่างมุ่งมั่นผ่านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทดแทนใน 2 Gateways ลอจิสติกส์หลักของประเทศ

1.ทางอากาศ (สนามบิน Eco-Airport) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) พลิกโฉมสู่สนามบินคาร์บอนต่ำ โดยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ การลดมลพิษในเขตการบิน (Airside Decarbonization) และเป้าหมายการใช้น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน (SAF) ที่เริ่มต้นผสมที่ร้อยละ 1 หรือคิดเป็นปริมาณ 2.5 - 3 แสนลิตรต่อวัน

2.ทางทะเล (Green Marine Bunkering Hub) เมกะโปรเจกต์ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 (1.1 แสนล้านบาท) ขยายศักยภาพสู่ 18 ล้าน TEU (หน่วยนับตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต) ต่อปี และท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 (5.5 หมื่นล้านบาท) สามารถพัฒนาสู่การเปลี่ยนผ่านคลังน้ำมันความจุรวมกว่า 8,000 ล้านลิตร ให้กลายเป็นสถานีบริการ "กรีนแอมโมเนีย" (Green Ammonia) และเมทานอลสีเขียว เป็นเชื้อเพลิงหลักแห่งอนาคตของกองเรือพาณิชย์โลก ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางเติมเชื้อเพลิงสะอาดของอาเซียนพลังงานแห่งอนาคต:การบูรณาการระบบนิเวศ (Ecosystem Integration) พลังงานแห่งอนาคตของประเทศไทยไม่ได้แยกส่วนกันทำงานแบบเอกเทศ แต่ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงเป็น "โครงข่ายระบบนิเวศ" (Ecosystem) ที่เกื้อกูลกันตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงฐานการผลิตชีวภาพ ซึ่งสามารถอธิบายการบูรณาการได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1.โครงข่ายพลังงานต้นน้ำและไฮโดรเจนสีเขียว (Upstream & Green Hydrogen) จุดเริ่มต้นของระบบนิเวศมาจากกระแสไฟฟ้าสะอาดที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียนหลักพลังงานไฟฟ้าส่วนหนึ่งจะถูกจ่ายตรงผ่านกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างโครงการบิ๊กดาต้าแสนล้านของ TikTok และ Green Data Center รายใหญ่อื่น ๆ โดยมีระบบกักเก็บพลังงานแบบวาเนเดียม (VRFB) ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพแรงดันไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง และกระแสไฟส่วนเกินจะถูกจ่ายเข้าสู่เครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolyzer) เพื่อผลิต "ไฮโดรเจนสีเขียว" โมเลกุลตั้งต้นที่สำคัญที่สุดในการปฏิวัติพลังงานยุคใหม่

2.เชื้อเพลิงสังเคราะห์ขั้นสูงระดับกลางน้ำ (Midstream & E-Fuels)

เมื่อได้ไฮโดรเจนสีเขียวเป็นฐานตั้งต้นแล้ว ระบบนิเวศจะแตกแขนงออกไปสู่การสังเคราะห์เชื้อเพลิงขั้นสูงใน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่

1. การนำไฮโดรเจนสีเขียวไปผสานกับไนโตรเจนจากอากาศ เพื่อสังเคราะห์เป็น "กรีนแอมโมเนีย" (Green Ammonia) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในโรงไฟฟ้าและเรือสินค้าขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีคาร์บอนต่ำ

2. การนำไปรวมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพที่ได้จาก

โรงงานไบโอก๊าซและโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อสังเคราะห์เป็น "เมทานอลสีเขียว" (Green Methanol) ป้อนสายการเดินเรือพาณิชย์สากล

3. การนำไฮโดรเจนสีเขียวไปจับคู่กับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับจากชั้นบรรยากาศโดยตรง เพื่อผลิต "เชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์" (E-Fuels) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุดสำหรับการบินไร้คาร์บอน

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendations)

1. การบริหารจัดการพลังงานชีวภาพและพลังงานหมุนเวียนร่วมกัน (Unified Bio-Energy & RE Management)

    รัฐบาลควรจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อบริหารจัดการพืชพลังงาน ทรัพยากรชีวมวล และพลังงานหมุนเวียนกระแสหลักแบบเบ็ดเสร็จ (Single Pool)

2. เร่งรัดกฎหมายD-PPA/TPAและระบบกักเก็บพลังงาน

เร่งประกาศหลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) เปิดเสรีสายส่งไฟฟ้าให้กับบุคคลที่สาม (TPA) พร้อมออกกรอบมาตรฐานและมาตรการอุดหนุนการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานระดับโครงข่าย โดยเฉพาะเทคโนโลยีวาเนเดียมโฟลว์ (VRFB) เพื่อรองรับโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวที่มีเสถียรภาพสูงสุด

3. การปลดล็อก "กรีนไฟแนนซ์" (Green Finance) เพื่อระบบกักเก็บพลังงานวาเนเดียม

กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเร่งขับเคลื่อนกลไกการเงินสีเขียว (Green Financial Instruments) โดยการออก "พันธบัตรสีเขียว" (Green Bond) หรือซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loans) วงเงินเป้าหมายเฟสแรก 10,000 ล้านบาท ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานแบบวาเนเดียม (VRFB) โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยี Deep Tech ที่ใช้เงินลงทุนสูงในระยะแรก การมีเครื่องมือทางภาษีและการเงินที่เอื้อต่อการทำ Carbon Credit จะช่วยดึงดูดสถาบันการเงินและกองทุน ESG ระดับโลกให้เข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย ลดความเสี่ยงทางการเงินและเร่งให้เกิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น

4. สิทธิประโยชน์จูงใจ Deep Tech สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ควรกำหนดแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ทางภาษีขั้นสูงสุด แก่กลุ่มผู้ลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต อาทิ โรงกลั่น HVO, โรงงานผลิตน้ำมัน SAF, โครงสร้างพื้นฐานและคลังจัดเก็บกรีนแอมโมเนีย, โรงงานผลิตไฮโดรเจนสีเขียว, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพเอทานอล-ไบโอดีเซล-ไบโอแก๊ส-ไบโอแมส,อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ขั้นสูง, รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตระบบกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูง

บทสรุป

วิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจสร้างความสั่นคลอนต่อระบบพลังงานฟอสซิลแบบดั้งเดิม แต่สำหรับประเทศไทย นี่คือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่จะนำ "ความแกร่งของภาคเกษตรกรรม ทรัพยากรหมุนเวียนที่หลากหลายทั้ง แสงแดด ลม น้ำ ความร้อนใต้พิภพ โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ยานยนต์ ท่าเรือ และท่าอากาศยานระดับโลก" มาผสานกับ "เทคโนโลยีพลังงานยุคใหม่"

การปรับตัวผ่านร่างแผน PDP 2026 ที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดร้อยละ 70 ความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพที่มีเอทานอลและไบโอดีเซลเป็นกระดูกสันหลัง การก้าวล้ำไปสู่เทคโนโลยีกรีนแอมโมเนียและระบบกักเก็บพลังงานแบบวาเนเดียม ตลอดจนการปักหมุดลงทุนระดับแสนล้านของ TikTok และ กลุ่ม Hyperscalers ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็น "ผู้กำหนดทิศทางพลังงานสะอาด“ที่ทั่วโลกมั่นใจ  ประการสำคัญคือ เป็นการวางยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทยด้วยแนวทางยืนบนขาตัวเองด้วยศักยภาพและทรัพยากรของเราสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคตและหมุดหมายหลักของการลงทุนในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง.”




 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับกษัตริย์เจ้า สุลต่าน ตวนกูกองต้า เมดาล คณะผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26–30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมี นายอ้ซมิน อาแว  ได้ให้การต้อนรับ กษัตริย์เจ้า สุลต่านตวนกู กองต้า เมดาล พร้อมด้วยพระราชินี พระโอรส และพระญาติเจ้า ท่านพ่อนาซา MEJ (K) DATO SRI DRAB NASIR MOHD NOOR  มาเลเซีย ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรม ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ของสถาบัน ในการนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชม ผลงานวิจัยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิผลิตภัณฑ์ด้าน อัมพัน ทะเลชีวภาพและเครื่องสำอาง จากทรัพยากร ทางทะเล รวมถึงโครงการ วิจัยเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ของประเทศโอกาสดังกล่าว มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับและประสานงาน รวมถึง DATO Nagon ท่านนกรณ์ สุคนธชาติ น.ส ศุภาดา อมลร์ศมิ์ ผู้ประสานงาน ไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย นาย พงศ์วิสิฐ ศรีบุญไทย ดาโต๊ะ เด่น คร.ขนิษฐา ชวนธนาเศรษฐ์ พ.ต.ท.ปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานผู้ไกล่เกลี่ย สตช. ดร.สุนทรี รองประธ...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน