กองทัพภาคที่ 3 เปิดการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบคัดเลือก
กองทัพภาคที่ 3 เปิดการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบคัดเลือก
ตามที่ กรมกิจการพลเรือนทหารบก จัดการประชุมติดตามการประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจการดำเนินโครงการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบคัดเลือก และมอบหมายให้ กองทัพภาคที่ 1-4 จัดคณะกรรมการในการพิจารณาตัดสินจาก คลิปวิดีโอของสถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือกจาก มณฑลทหารบก โดยดำเนินการคัดให้เหลือ 5 สถานศึกษา เพื่อเข้าประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบภูมิภาค ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นั้นกองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการ จัดคณะกรรมการพิจารณาคลิปวิดีโอ คัดให้เหลือ 5 สถานศึกษา เพื่อเชิญเข้าประกวดรอบภูมิภาค ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกและเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบคัดเลือก ณ ห้องประชุม กองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก อัศวิน ดุสิตรัตนกุล รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมการดำเนินการฯ ด้วย มี รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก ทรงสิทธิ์ รอดสการ นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 กองฝ่ายอำนวยการกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ,จ่าสิบเอก ภาณุวัฒน์ สมศรี กำลังพลกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 เข้าร่วมฯโอกาสนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีชื่อเสียง เข้าร่วมการดำเนินการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย “คีตวัฒนศิลป์ บรรเลงไทยเพื่อแผ่นดิน” ปีที่ 5 รอบคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย
ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่
3 ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว
จังหวัดพิจิตร) โทร 0831671688 รายงาน**ก้าวผ่านคำว่า "หน้าที่"
คือ"จิตอาสา" อย่างแท้จริง ** จิตอาสาพัฒนา
เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา….บุญอาจส่งให้เสวยสุข แต่ธรรมเท่านั้นที่จะรักษาใจ
ไม่ให้ตกต่ำลงจากความดี คนมีฤทธิ์แต่ไม่มีหิริ ย่อมใช้ฤทธิ์ไปทางที่ชั่ว
คนมีบุญแต่ไม่มีโอตัปปะย่อมประมาทและทำลายบุญของตนเอง ส่วนผู้ใดมีความละอายชั่ว
และเกรงกลัวบาปอยู่ในหัวใจ แม้ยังเดินอยู่บนพื้นดิน ผู้นั้นก็มี เทวธรรม อยู่ในตนแล้ว
อย่ามัวแต่แหงนมองหาเทวดาบนฟ้า จนลืมสร้างธรรมของเทวดาไว้ในใจตน เพราะคนจะสูงหรือต่ำ
มิได้วัดกันด้วยภพภูมิที่อาศัย แต่วัดกันตรงที่ เมื่อความชั่วผ่านเข้ามาในใจ
เรายังรู้จักคำว่า ละอาย และเกรงกลัว อยู่หรือไม คำของครูบาอาจารย์บันทึกสอนไว้


















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น