◉ NATURE: อากาศ ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา! กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมนหาชน) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 ” สะท้อนไม่สายเกินไปที่จะให้โอกาสธรรมชาติฟื้นฟู เตรียมพร้อมเทคโนโลยี กำลังคน รับมือ "เอลนีโญ" (El Niño) จ่อเยือนไทยกลางปี 2569 นี้ ผลกระทบหนักกว่าที่คิด!...
◉ NATURE: อากาศ ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา! กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมนหาชน) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 ” สะท้อนไม่สายเกินไปที่จะให้โอกาสธรรมชาติฟื้นฟู เตรียมพร้อมเทคโนโลยี กำลังคน รับมือ "เอลนีโญ" (El Niño) จ่อเยือนไทยกลางปี 2569 นี้ ผลกระทบหนักกว่าที่คิด!...
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธานเปิดการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 ” ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 - 29 เมษายน 2569 โดยมี พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรี คณิศร อาสมะ รองแม่ทัพน้อยที่ 3, พลตรี กฤติ พันธะสา เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3, พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 และผู้แทนศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เข้าร่วมการประชุมอบรมฯ ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกโดย แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธานพิธีมอบใบประกาศ ผลการปฏิบัติรายงานสถานการณ์น้ำดีเด่น ประจำปี 2568 พร้อมเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 ” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระดับผู้บริหาร และระดับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการติดตามปริมาณ ฝนและระดับน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการแก่ผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย มอบหมายให้ ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นหน่วยปฏิบัติหลักในการประสานสนับสนุนความร่วมมือกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมนหาชน) เพื่อสนับสนุนข้อมูลสถานการณ์น้ำในการประสานและแจ้งเตือนทั้งให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 17 จังหวัดภาดเหนือ ติดตามการแจ้งเตือนจากศูนย์ข้อมูลน้ำ เพื่อรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำ ในสภาวะต่างๆ ของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือต่อไป ต่อมา นางสาวกาญจนา แสงพระพาย นักวิจัย ระดับเชี่ยวชาญ และ นางสาวสุภลักษณ์ วิมาลานักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ระดับชำนาญการพิเศษ ได้แนะนำเว็บไซต์ thaiwater.net และ Thaiwater Mobile Application และการคาดการณ์สถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงปี 2569จากนั้น ดร. รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์งค์การมหาชน) และ พลโท ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ที่ปรึกษาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้เริ่มการอบรมโดยบรรยายในหัวข้อ ความสำคัญของสารสนเทศด้านน้ำต่อการรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมรับชมวีดีโอเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อจากนั้น ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อม ศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัดแพร่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 35 และ กองพลพัฒนาที่ 3 จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การติดตามสถานการณ์น้ำในภาวะวิกฤต และการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น พื้นที่ภาคเหนือ ในเวลาต่อมา แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้กล่าวข้อสั่งการและเน้นย้ำในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อมา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะและกระตุ้นการเรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมการประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติผ่านการ วิธีการใช้งานเว็บไซต์ thaiwater.net และ Thaiwater Mobile Application การติดตามและจัดทำรายงานสถานการณ์น้ำ โดย นายวาสุกรี แซ่เตีย นักวิเคราะห์ข้อมูล ระดับชำนาญการพิเศษจากนั้น ผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกิจกรรมจับคู่ฝึกทำรายงานระหว่างกำลังพลที่รับผิดชอบเดิมและผู้รับหน้าที่ใหม่ ดำเนินการโดย ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และ คณะวิทยากรสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)ต่อจากนั้นเป็นกิจกรรมการนำเสนอผลการจัดทำรายงานกลุ่ม ดำเนินการโดย ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และ คณะวิทยากรสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)ต่อด้วย กิจกรรมประเมินประสิทธิภาพการเรียนรู้ และกิจกรรมการทบทวนหลังการปฏิบัติ (AAR) ของ ระบบสนับสนุนแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำของ ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และการประสานการปฏิบัติของหน่วยในพื้นที่ ดำเนินการโดย ศูนย์บูรณาการน้ำและป่าต้นน้ำ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และ คณะวิทยากรสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)และกิจกรรมสุดท้ายเป็นการสรุปผลจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย พลโท ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ที่ปรึกษาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ซึ่งในวันนี้จิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทานจากศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยและจบด้วย พลตรี กฤติ พันธะสา เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 พร้อมเข้าร่วมการอบรมฯ ดังกล่าวด้วย ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ ตามที่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. คาดการณ์ฝนรายเดือนล่วงหน้าปี 2569 พบว่าในเดือน พฤษภาคม 2569 จะมีฝนตกหนักบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งมีการโยกย้าย กำลังพลของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ที่มีหน้าที่ดูแลศูนย์ข้อมูลน้ำทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นการเตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่อาจเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนักในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการติดตามวิเคราะห์ และจัดทำรายงานสถานการณ์น้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ขอจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 3 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดย กองทัพภาคที่ 3 ” ให้แก่กำลังพลของ กองทัพภาคที่ 3 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ระหว่างวันที่ 28 - 29 เมษายน 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการติดตามปริมาณฝน และระดับน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ โดยจัดการอบรมการประยุกต์ใช้ข้อมูลน้ำเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้
1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระดับผู้บริหาร และ 2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระดับ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เอลนีโญ (El Niño) กำลังจะกลับมาในเดือนพฤษภาคมและจะทำให้อากาศร้อนจัดๆเลย เรื่องนี้เป็นความจริง อ้างอิงจากข้อมูลอัปเดตล่าสุดของ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 ระบุชัดเจนว่า ปรากฏการณ์เอนโซ (El Niño-Southern Oscillation) กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเป็นกลาง และ อุณหภูมิผิวน้ำทะเล (Sea surface temperatures) ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากที่ เอลนีโญ (El Niño) จะก่อตัวขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026 นี้เลย รู้จัก “ซุปเปอร์เอลนีโญ” แบบเข้าใจง่ายๆในสภาวะ "ปกติ" น้ำที่ผิวทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกจะเย็นกว่าทางตะวันออก(ฝั่งอเมริกา) และจะอุ่นกว่าทางตะวันตก (ฝั่งออสเตรเลีย) เราเรียกว่า ”ลานีญาอ่อนๆ“การเกิด “เอลนีโญ” เกิดจากการแปรผันของภูมิอากาศ ทำให้กระแสลมค้าอ่อนกำลังลงกว่าปกติ ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก(ฝั่งอเมริกาใต้) สูงขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากกระแสลมที่อ่อนไม่สามารถพัดน้ำอุ่นให้กระจายมาฝั่งตะวันตกได้(ออสเตรเลีย)นั่นเองผลของเอลนีโญ ทำให้ฝั่งแปซิฟิกตะวันออก(ฝั่งอเมริกาใต้) เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะประเทศชิลี เปรู เอกวาดอร์ และยังพบว่าชาวประมงจับปลาได้น้อยลงกว่าปกติ ส่วนฝั่งแปซิฟิกตะวันตก(ฝั่งออสเตรเลียและเอเชียบางส่วน) เกิดภัยแล้งที่รุนแรง ไฟป่า หมอกควันจากไฟป่า นั่นเอง ซึ่งในปีนี้นักวิทยาศาสตร์คาดว่าระดับอุณหภูมิที่สูงมากๆ กว่าปกติ จะส่งผลให้เอลนีโญจะรุนแรงมาก ถึงขั้นเรียกว่า“ซุปเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งภัยแล้งจะรุนแรงมากๆเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพื้นที่บริเวณกว้างขึ้น ทั้งแอฟริกาที่จะเกิดภัยแล้งตามไปด้วย หรืออเมริกาเหนือ และยุโรปที่จะมีอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากอุณหภูมิมหาสมุทรที่ร้อนขึ้น และผลที่ตามมาอีกที่เกี่ยวกับมนุษย์ทั้ง ด้านอาหาร ด้านภัยพิบัติ ด้านเศรษฐกิจที่ตามมาอีกด้วย แต่จาถสถานการณ์เอลนิโญและซุปเปอร์เอลนิโญที่ไทยกำลังจะเผชิญ เราอาจไม่เจอปัญหาน้ำท่วมล้นตลิ่งในเร็ววัน แต่อาจจะเจอเป็นปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงเสียมากกว่าในปีนี้
ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ธีรพงศ์ นาคแนม
(นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร) โทร
0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา
เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา….




















































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น