ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฮือฮา ขุดพบ “กู่ปราสาทหินทราย” กลางหมู่บ้านจัดสรรโคราช นักโบราณคดีชี้อายุกว่า 800-1,000 ปี คาดเป็นศาสนสถานฮินดู

ฮือฮา ขุดพบ “กู่ปราสาทหินทราย” กลางหมู่บ้านจัดสรรโคราช นักโบราณคดีชี้อายุกว่า 800-1,000 ปี คาดเป็นศาสนสถานฮินดู

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์รูปภาพและข้อความเกี่ยวกับการค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านจัดสรรปรางค์ทองนิเวศน์ หมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนสร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากนั้น เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าจุดที่มีการค้นพบเป็นที่ดินส่วนบุคคลซึ่งมีเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เข้าดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี นำโดยนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสมเดช ลีลามโนธรรม นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา นายสุชาติ ศรีนวลแก้ว อายุ 68 ปี ที่ปรึกษาเจ้าของที่ดิน เปิดเผยว่า ที่ดินของตนมีหน้าที่ทั้งหมด 130 ไร่ ภายหลังมีการขุดพบโบราณสถานภายในพื้นที่ ได้กันพื้นที่จำนวน 29 ตารางวา ซึ่งเป็นจุดที่พบหลักฐานสำคัญไว้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศิลปากร เข้าดำเนินการศึกษาและตรวจสอบ พร้อมแสดงความยินดีที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ นายสุชาติกล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่ารกร้าง เต็มไปด้วยหนามและวัชพืช จึงได้นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ กระทั่งพบก้อนหินจำนวนมากกระจายอยู่ใต้ดิน จึงนำขึ้นมาวางรวมไว้ด้านบน โดยยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายหินออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ ก่อนการค้นพบ เจ้าของที่ดินมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงแนวทางรถไฟ แต่เมื่อพบหลักฐานดังกล่าว จึงได้ระงับการดำเนินการทันที และทำหนังสือถึงกรมศิลปากรเพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอให้หยุดดำเนินการชั่วคราว นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนการขุดพบ ไม่เคยมีเหตุการณ์หรือความเชื่อผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะปล่อยให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดภายในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ในอนาคต ด้านนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 แต่ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับหน้าดินและพบชิ้นส่วนหินทราย จึงนำไปสู่การขุดตรวจทางโบราณคดีในครั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการขุดตรวจ คือการกำหนดขอบเขตโบราณสถานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถอนุรักษ์ได้อย่างครอบคลุม ขณะนี้การดำเนินงานเข้าสู่วันที่ 6 ซึ่งจากการขุดตรวจพบฐานของปราสาทหินในวัฒนธรรมขอม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือประมาณ 800-1,000 ปีมาแล้วโดยเฉพาะด้านทิศใต้ของโบราณสถานมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ พบชุดฐานบัวและฐานเขียง ซึ่งเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่พบได้ทั่วไปในศิลปะขอม นอกจากนี้ ในหลุมขุดตรวจที่ 4 ยังพบฐานรองรับรูปเคารพ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าจะเป็นศาสนสถาน หรือวัดในศาสนาฮินดูอย่างไรก็ตาม การขุดตรวจจะดำเนินการรวม 8 วัน และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำผังแสดงตำแหน่งโบราณสถานโดยละเอียด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุขนาดพื้นที่โบราณสถานที่แน่ชัดได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการขุดตรวจ และต้องรอผลการหารือร่วมกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินนายวรรณพงษ์กล่าวอีกว่า หลังเสร็จสิ้นการขุดตรวจ จะมีการกลบหลุม โดยก่อนดำเนินการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จะจัดทำแผนผังโบราณสถานอย่างละเอียด เพื่อบันทึกตำแหน่งและลักษณะโครงสร้างไว้เป็นหลักฐานจากหลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบัน สามารถสันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู อีกทั้งบริเวณด้านตะวันออกห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ยังพบสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ หรือบาราย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หนองบัว” ใกล้โรงเรียนอุบลรัตน์ สะท้อนให้เห็นว่าโบราณสถานแห่งนี้น่าจะเคยเป็นศูนย์กลางชุมชนขนาดใหญ่ในอดีต เนื่องจากต้องมีแหล่งน้ำรองรับประชากรจำนวนมาก










ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน