ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดใจสาวโรงงานโดนคนขับรถบัสรับส่งลวนลามเผยยังผวากับเหตุการณ์โร่แจ้งความดำเนินคดี

จากกรณี นางสาวเอ อายุ 21 ปี แต่โพสข้อความ และคลิปวีดีโอเหตุการณ์ถูกคนขับรถส่งพนักงานลวนลาม โดยเล่าเหตุการณ์ว่า เพิ่งเริ่มเข้าทำงานในโรงงานได้เพียง 5 วัน โดยวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเลิกงานได้ขึ้นรถโดยสารของโรงงานเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่เกิดนั่งรถผิดสายจนเหลือเป็นผู้โดยสารคนสุดท้าย ก่อนถูกคนขับก่อเหตุลวนลามภายในรถล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรจอหอ ทางพันตำรวจเอกศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำสาวโรงงาน นางสาวเออายุ 21 ปีนามสมมุติ เพิ่งได้เดินทางมาพร้อมกับแม่ยาย เพื่อมาแจ้งความร้องทุกข์ กับคนขับรถคนดังกล่าว ทราบชื่อว่านายวีระ อายุ 56 ปี เป็นผู้ก่อเหตุ ทางตำรวจจะทำการออกหมายเรียกเพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา นางสาวเอ (นามสมมุติ) พนักงานหญิงรายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ถูกพนักงานขับรถรับส่งพยายามลวนลาม โดยระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นช่วงที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 5 วัน และเป็นการใช้บริการรถรับส่งของบริษัทครั้งแรก โดยมีรถสองสายที่ปลายทางเดียวกันคือจอหอ แต่ตนขึ้นผิดสาย ระหว่างโดยสารรถพบว่าพนักงานคนอื่นทยอยลงจนหมด เหลือตนเพียงคนเดียว จึงย้ายจากเบาะด้านหลังไปนั่งด้านหน้า และสอบถามคนขับว่า ไม่จอดลงที่เจ้าสัวหรือ และต้องวนรถกลับหรือไม่ คนขับจึงถามกลับว่า ขึ้นมาได้อย่างไร เพราะเป็นคนละสาย พร้อมสอบถามว่าจะทำอย่างไรต่อ ตนจึงเสนอให้จอดบริเวณปั๊มน้ำมันเพื่อเรียกรถรับจ้างกลับเอง แต่คนขับปฏิเสธโดยอ้างว่าเป็นอันตราย ไม่สามารถปล่อยลงคนเดียวได้ ก่อนจะบอกว่าจะไปส่งเองเพื่อไม่ให้เสียค่าใช้จ่าย ในช่วงแรกยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ กระทั่งรถไปจอดที่ปั๊มน้ำมันซึ่งคนขับจอดรถส่วนตัวไว้ จากนั้นคนขับลงจากรถและพูดเป็นภาษาถิ่นโคราชว่า ให้นั่งรอก่อน อย่าเพิ่งไปไหน เดี๋ยวจะลงมา ก่อนจะกลับขึ้นมาที่รถและล็อกประตู จากนั้นเดินเข้ามาหาและพยายามลวนลาม พร้อมพูดจาในลักษณะคุกคามว่า ขอได้ไหม อดมานานแล้ว ทำให้ตนตกใจและสติหลุด แต่พยายามตั้งสติ ไม่ต่อสู้เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงมากขึ้น พร้อมทั้งพยายามใช้โทรศัพท์บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ แม้จะไม่ทันช่วงสำคัญทั้งหมดตนพยายามเปิดประตูรถซึ่งเป็นรถโดยสารรุ่นเก่าสามารถเปิดด้วยมือได้ ก่อนรีบลงจากรถ โดยตั้งใจจะวิ่งหนีแต่ร่างกายอ่อนแรงจนแทบล้ม จึงได้แต่เดินออกมาและหันกลับไปดูว่าคนขับตามมาหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่ได้ตามมา ทั้งนี้ตนก็ต้องการฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของผู้ก่อเหตุจะรู้สึกอย่างไร และยืนยันว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร อีกทั้งทราบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกันแต่ไม่ได้แจ้งความเนื่องจากไม่มีหลักฐาน ตนจึงต้องการเป็นตัวแทนในการแจ้งความ และอยากเชิญชวนผู้เสียหายรายอื่นเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนตนต้องการให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวและยอมรับสารภาพ โดยทราบจากบริษัทว่ามีการไปติดตามตัวที่บ้านแต่พบว่าได้เก็บของหลบหนีไปแล้ว ขณะที่บริษัทรถรับส่งได้ติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ตนยังไม่สะดวกให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนดังกล่าว ด้าน นางหญิง อายุ 47 ปีนามสมมุติ แม่ยายของนางสาวเอ (นามสมมุติ) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ลูกสะใภ้ถูกโชเฟอร์รถรับส่งพนักงานก่อเหตุลวนลามว่า ทราบเรื่องครั้งแรกจากการที่ลูกสะใภ้โทรศัพท์มาหาด้วยอาการร้องไห้และตกใจอย่างหนัก จับใจความได้ว่าขึ้นรถผิดสาย ก่อนจะถูกคนขับมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ จึงรีบสอบถามตำแหน่งและแนะนำให้ไปอยู่ในจุดที่มีคนจำนวนมาก โดยผู้เสียหายระบุว่าวิ่งหนีลงจากรถไปยังปั๊มน้ำมัน และมีประชาชนเข้ามาช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ก่อเหตุพยายามขี่รถหลบหนีจากนั้นได้ให้ผู้เสียหายเรียกรถกลับบ้าน พร้อมกำชับให้เปิดสายโทรศัพท์ไว้ตลอดจนถึงที่พัก เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งไม่ได้แจ้งให้แฟนของผู้เสียหายทราบทันที เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงจากการดื่มสุราในงานรื่นเริง จึงให้ญาติไปอยู่เป็นเพื่อนตลอดทั้งคืน และตนเองได้พูดคุยกับผู้เสียหายทางโทรศัพท์จนถึงเช้าผู้ก่อเหตุมีอายุค่อนข้างมาก น่าจะมีครอบครัวแล้ว ควรตระหนักว่าหากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของตนจะรู้สึกอย่างไร พร้อมระบุว่าคำพูดที่ใช้คุกคามมีลักษณะรุนแรงและไม่เหมาะสม จนทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก อีกทั้งจากการเผยแพร่เรื่องราวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยังพบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นในลักษณะคล้ายเคยพบพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวมาก่อนทั้งนี้ ยืนยันว่ารู้สึกผูกพันกับผู้เสียหายเสมือนลูกคนหนึ่ง และแม้จะเป็นบุคคลอื่นก็ไม่ควรถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่นในอนาคต เนื่องจากเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้หญิงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าการดำเนินคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุไม่น่ามีอุปสรรค พร้อมชื่นชมการปฏิบัติงานที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายเป็นอย่างดี พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวถูกลวนลามว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยได้จัดพนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้รับแจ้งความ และจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความซับซ้อน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องหาแล้ว เบื้องต้นจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องน่ากังวล และอาจเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ โดยให้พิจารณาพื้นที่เกิดเหตุเพื่อให้เป็นไปตามอำนาจสอบสวน หากพบว่าเป็นผู้ต้องหารายเดียวกันและมีพฤติการณ์คล้ายกัน ก็สามารถแจ้งความในท้องที่ที่เกี่ยวข้องได้ โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรม และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด









ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน