ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เผยผลแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควันเหนือ ปี 2568 สามารถลดจุดความร้อนลงร้อยละ 19 แต่พื้นที่เผาไหม้ยังพุ่งสูงกว่า 1.5 ล้านไร่ พร้อมมอบเครื่องเป่าลมสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เผยผลแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควันเหนือ ปี 2568 สามารถลดจุดความร้อนลงร้อยละ 19 แต่พื้นที่เผาไหม้ยังพุ่งสูงกว่า 1.5 ล้านไร่ พร้อมมอบเครื่องเป่าลมสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง

ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 เป็นประธานเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลาดตระเวนและดับไฟป่า ในพื้นที่ 12 กลุ่มป่า พร้อมมอบเครื่องเป่าลมเพื่อสนับสนุนกำลังพลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ประจำปี 2568 โดยมี พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ รองแม่ทัพภาคที่ 3 นายปิยะพงษ์ ประพันธ์วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ,นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 สรุปผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567 ถึง 28 เมษายน 2568 ซึ่งมีตัวชี้วัด 3 ด้านประกอบด้วย สถานการณ์ด้านจุดความร้อนลดลงจากปี 2567 จำนวน 13,858 จุด คิดเป็นร้อยละ 19.54 แต่ยังมี 9 จังหวัดที่แนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน ตาก และอุตรดิตถ์ โดยจุดความร้อนที่พบรวม 57,079 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 24,107 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 22,581 จุด ซึ่งยังสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ว่าในพื้นที่ป่าจะลดลงให้ได้ร้อยละ 25 ขณะที่พื้นที่เกษตร เช่น นาข้าว ข้าวโพด และอ้อย ต้องลดลงร้อยละ 30 โดยพบว่าพื้นที่ป่าและนาข้าวยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ด้านพื้นที่เผาไหม้ พบว่าตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 30 มีนาคม 2568 มีพื้นที่ถูกไฟเผาไปแล้วถึง 8,680,870 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 1,505,490 ไร่ หรือร้อยละ 17.34  จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ตาก นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ซึ่งพื้นที่เกษตรและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 90.34 และ 53.22 ตามลำดับ สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังน่าเป็นห่วง โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีค่าเฉลี่ยสูงสุดถึง 304.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันเกิน 9 วัน ทั้งนี้ จังหวัดน่านมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานสูงมากที่สุด 121 วัน รองลงมาคือพิษณุโลก 94 วัน และอุทัยธานี 88 วัน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ได้บูรณาการกำลังพลโดยกองทัพภาคที่ 3 มาออกปฏิบัติการรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกและทำลายพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ไฟป่ากว่า 885 ครั้ง และได้จัดชุดลาดตระเวน ออกลาดตระเวน สร้างการรับรู้ ปลูกจิตสำนึก และดับไฟป่า ร่วมกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 12 กลุ่มป่าหลัก 73 ป่าย่อย จำนวน 208 ชุด รวม 1,070 นาย ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม รวมถึงการปรับแผนการฝึกตามวงรอบประจำปีในพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซากไปจำนวน 17,892 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการใช้กลไกของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ปฏิบัติการด้านการดับไฟไหม้-ไฟป่า การรณรงค์สร้างการรับรู้  การลาดตระเวนป้องการเผาป่า การทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า การบังคับใช้กฏหมาย การสร้างฝายชะลอน้ำ การใช้อากาศยานดับไฟป่า และผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ ไปจำนวน 36,630 ครั้ง สำหรับด้านการใช้อากาศยาน ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3 ได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่า  4 รูปแบบ ประกอบด้วย ระบบ Sensor หรือการลาดตระเวน) โดยใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ  /  และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4 ลำ  บินลาดตระเวนค้นหากลุ่มจุดความร้อนในพื้นที่ป่าภาคเหนือ และป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดไป  65  เที่ยวบิน, ระบบ Shooter หรือดับไฟป่า) ใช้อากาศยานของกองทัพบก  /   กองทัพอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  /   กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 8 ลำ บินทิ้งน้ำ ไป 2,297 เที่ยว ปริมาณ 2,341,000  ลิตร ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ระบบ Sensor เพื่อตรวจจับจุดความร้อน 65 เที่ยวบิน และระบบ Inversion หรือการดัดแปรสภาพอากาศจากกรมฝนหลวงกว่า 700 เที่ยวบิน รวมถึงการเฝ้าระวังด้วยโดรน IR รุ่น Matrice 300 ที่บินตรวจการณ์ในพื้นที่เชียงใหม่ 74 ครั้งด้วย แม่ทัพภาคที่ 3 ย้ำว่าการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ต้องดำเนินต่อเนื่องควบคู่กันไป ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างจิตสำนึก และการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อเป้าหมายการลดไฟป่าอย่างยั่งยืนในภาคเหนือ ซึ่งจากผลสำเร็จใจการปฏิบัติงานในปีนี้จะนำไปถอดบทเรียนและปรับใช้ในปีต่อไป























ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)  โทร 0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน