ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แม่ทัพภาคที่ 3 ส่งมอบคืนพื้นที่ ทภ.3 ขอใช้ประโยชน์ ในเขตพื้นที่ อ.เขาค้อ ...คืนให้กรมป่าไม้... ...อธิบดีกรมป่าไม้ รับไปบริหารจัดการต่อ

แม่ทัพภาคที่ 3 ส่งมอบคืนพื้นที่  ทภ.3 ขอใช้ประโยชน์ ในเขตพื้นที่ อ.เขาค้อ ...คืนให้กรมป่าไม้... ...อธิบดีกรมป่าไม้ รับไปบริหารจัดการต่อ

เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562  พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีการส่งมอบ คืนพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใข้ประโยชน์จากรมป่าไม้ ในเขต อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้แก่กรมป่าไม้ โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้รับมอบฯ  เพื่อรับมอบที่ดินคืนจากกองทัพภาคที่ 3 ที่ได้ขอใช้ประโยชน์นับแต่ยุทธการเขาค้อจัดสรรที่ดินแก่ราษฎรอยู่ในแนวสองข้างถนนเพื่อความมั่นคง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 126,368 ไร่ เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการและจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร และพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ต่อไป โดยมี พลโท สุเชษฐ์ ตันยะเวช  ผู้อำนวยการศูนย์ประสานความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 , พลตรี ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 , พลตรี วิชิต วงศ์สังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1,  พลตรี จาตุรงค์ เชื้อคำฟู ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3,  พลตรี อุกฤษฎ์ นุตคำแหง เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3, พลตรี สุปัญญา วิไลรัตน์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พลตรี ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 , นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ,นายชิต อินทระนก ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก หน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ตามที่ คณะทำงานแก้ไขปัญหาการรับมอบพื้นที่ ที่กองทัพภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 134/2562 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2562  ได้มีการประชุมหารือร่วมกันในการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการรับมอบพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งการกำหนดขั้นตอนการพิจารณารับมอบพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดให้มีพิธีส่งมอบ – รับมอบขึ้น ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562  โดยภายหลังจากการรับมอบพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการเพื่อยกเลิกคำสั่งคณะทำงานชุดนี้  และจะเสนอคำสั่งใหม่เพื่อบูรณาการการปฏิบัติในพื้นที่ และเพื่อให้การดำเนินการในพื้นที่นำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ครอบครองและห้วงเวลาที่ครอบครองพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ราษฎร/ชุมชนที่อยู่ก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และราษฎร/ชุมชนที่อยู่ในห้วงเวลาหลัง วันที่ 30 มิถุนายน 2541 จนถึงคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557  สั่ง ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2557   โดยยึดถือเอาแผนที่ภาพถ่ายปี 2545 และปี 2557 เป็นหลัก  ในการรับมอบพื้นที่ครั้งนี้ จะให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน 

สำหรับในส่วนของสมาชิกราษฎรอาสาสมัคร (รอส.) ที่ปฏิบัติถูกเงื่อนไข การดำเนินการก็จะให้นำเข้าสู่กระบวนการโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลเป็นกลุ่มแรกต่อไป  ซึ่งหลังจากการรับมอบพื้นที่ในครั้งนี้แล้ว จะได้นำรายงานท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต่อไป  สำหรับการดำเนินการและการปฏิบัติในพื้นที่หลังจากการรับมอบพื้นที่ครั้งนี้ ก็จะเป็นการบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเช่นที่เคยปฏิบัติกันมาด้วยดี เพื่อให้การดำเนินการบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

การอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ของกองทัพภาคที่ 3  ท้องที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ นั้น กองทัพภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า  (ขณะนั้น) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2509 ให้รักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวรของชาติ  (ป่าหมายเลข 22) และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู ท้องที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อจัดสรรให้ราษฎรอาสาสมัคร (รอส.) อยู่อาศัย/ทำกิน  โดยได้รับอนุญาต ต่างวาระกัน 5 ครั้ง ที่ดินจำนวน 8  แปลง  เนื้อที่รวมประมาณ  126,368  ไร่

 ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2518 เห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เกี่ยวกับการเปิดพื้นที่ป่า 2 ข้างแนวทาง ข้างละ 1 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนเข้าไปประกอบอาชีพ  โดยในหลักการไม่ขัดข้อง แต่ให้แจ้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาก่อนทุกราย  ซึ่งต่อมา กองทัพภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า ในท้องที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามลำดับการอนุญาตนั้น

















 นกพิราบศูนย์ข่าวพิจิตร
ภาพข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน