ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“ ลุงตู่ลุยโคลนถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ” นายกรัฐมนตรี บินติดตามการช่วยเหลือและให้กำลังใจจนท. ช่วย13ชีวิตทีมหมูป่า

“ ลุงตู่ลุยโคลนถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน  ” นายกรัฐมนตรี บินติดตามการช่วยเหลือและให้กำลังใจจนท. ช่วย13ชีวิตทีมหมูป่า
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังทำงานช่วยเหลือเด็กนักฟุตบอล และผู้ฝึกสอนหรือโค้ชทีมฟุตบอลทีมเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี รวม 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลววง - ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตอย่างใกล้ชิด โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้รับฟังสรุปการปฏิบัติงานจาก  นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และยังได้เดินสอบถามเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ โดยมี พลตรีฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3, พลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ให้การต้อนรับและติดตามปฎิบัติภารกิจ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561
จากนั้น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นจุดแรก ต่อจากนั้นเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยกู้ภัย และ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเดินทางไปตรวจสอบหน้าปากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติและแผนการช่วยเหลือ โดยนายกรัฐมนตรีได้ซักถามในเรื่องการระบายน้ำออกจากถ้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ ตลอดจนการขุดเจาะถ้ำ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และระมัดระวังอย่าให้เกิดอุบัติเหตุ หากขาดสิ่งใดรัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ได้มาช่วยกันปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือ 13 ชีวิต และห่วงใยเรื่องสุขภาพเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งภารกิจสำคัญคือ เด็กและเจ้าหน้าที่ต้องปลอดภัย
    ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินออกจากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน เพื่อออกมาพบปะกับพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติของทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่เต็นท์ โดยมีทีมแพทย์ สาธารณสุขให้การช่วยเหลือเยียวยาจิตใจจากการประสบภาวะวิกฤต คอยให้กำลังใจประชาชนอยู่ รวมทั้งมีพระสงฆ์อาสามาให้กำลังใจและผ่อนคลายจิตใจสงบจิตด้วยหลักพระพุทธศาสนาตลอดทั้งวัน
โดยนายกรัฐมนตรี ได้พบปะพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กหลายคน และให้กำลังใจว่าจะต้องช่วยเหลือเด็กออกมาให้จงได้ในเร็วเร็วนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะได้เดินเท้ามาที่ตั้งโรงครัวพระราชทาน ซึ่งเป็นรถยนต์เคลื่อนที่จำนวน 3 คัน สนับสนุนจาก มณฑลทหารบกที่ 37 เพื่อเยี่ยมเยือนเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และประชาชนจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ ที่ทำงานอุทิศตนโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งเหตุการณ์นี้ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทย และจากต่างประเทศ ที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จึงขอให้ทุกคนมีความหวังอย่าท้อแท้ ขอให้เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนจะปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กทุกคนได้ รวมทั้งขอให้ทุกคนมีสมาธิ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจว่า ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วง ทรงติดตามข่าว และทรงแนะนำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ บุตรหลานของประชาชนทุกคนก็เหมือนกับบุตรหลานของตน ดังนั้นขอให้ผู้ปกครองเด็กทุกท่านเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งได้พุดคุยกับผู้ปกครองเด็ก โดยพูดถึงเรื่องการเกษตร ชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ปกครอง เกิดความสบายใจไม่เครียด พร้อมเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องโรคน้ำกัดเท้า
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ได้เดินสำรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำ และเยี่ยมกับญาติของผู้ประสบภัยว่า ที่มาในวันนี้ก็มาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็พอใจกับการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ซึ่งถือว่าดีมาก และก็ขอให้กำลังใจกับทุกคน เพราะผมก็ถือว่าเด็กๆ ทั้ง 13 คนเป็นลูกเป็นครอบครัวเดียวกันกับผม ประชาชนคนไทยทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า จะมีการประสานงานกับทางการเมียนมาให้การช่วยเหลือ เกี่ยวกับช่วยลดระดับน้ำเพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำ ด้วย
สำหรับเหตุการณ์อย่างนี้ ถือเป็นประสบการณ์ของประเทศเลยก็ว่าได้ที่เกิดเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้ ซึ่งการมาครั้งนี้ได้นำพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงเป็นห่วงกับเหตุการณ์นี้ ทุกคนมีความรักที่มีต่อลูกต่อครอบครัวอยู่แล้ว แต่ความรักยังไม่พอ ต้องมีแรงศรัทธา ศรัทธาในตัวเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ศรัทธา ในตัวลูกของเราว่าลูกของเราเข้มแข็ง สิ่งนี้จะทำให้เกิดความสำเร็จ เชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือได้สำเร็จ




























ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคบอก เลขาฯวัชรินทร์เบอร์ 5 ลุยให้เต็มที่กับการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ในเขตพื้นที่ 2

ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว... ไป ๆ ไปกันต่อกับภารกิจการหาเสียง เลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 วันนี้ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มอบหมาย ให้ท่าน นราพัฒน์ แก้ว ทอง(รอง ฯ ตุ้ม ) รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยทีมงาน ออกหาเสียงช่วยเลขาฯวัชรินทร์ เบอร์ 5 เพื่อขอคะแนนเสียงชาวบ้านในเขตพื้นที่ 2 ของจังหวัดพิจิตร ในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนมีการเลือกตั้ง ลุยให้เต็มทีด้วยใจเกิน 100 % โดยชูนโยบายของพรรค ทำแล้ว ทำต่อ เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ ด้วยนโยบายที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงโดยเฉพาะด้านการเกษตรต้องไม่จน ต้นทุนต่ำราคาเป็นธรรม และนโยบายของพรรคอีกหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขพลังงาน การลดค่าไฟฟ้า รื้อโครงสร้างล้างระบบเก่า ประหารชีวิตคนโกงสแกมเมอร์ งานนี้ได้ใจชาวบ้านไปเต็มๆ♥️  นกพิราบ ศูนย์ข่าวพิจิตรายงาน