ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“เราคือครอบครัวเดียวกัน” กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการ ครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กลับภูมิลำเนา

“เราคือครอบครัวเดียวกัน” กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการ ครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก กลับภูมิลำเนา
กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการครบกำหนดและ จะปลดจากกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก
   พลโท วิจักขฐ์  สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีส่งทหารซึ่งรับราชการ ครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พร้อมให้โอวาท และกระทำพิธีสวนสนามอำลาธงชัยเฉลิมพลทหาร ซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ ณ ลานอเนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561
   เนื่องด้วย ปัจจุบันมีทหารกองประจำการ ที่ได้รับราชการครบกำหนดตามพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พุทธศักราช 2497ในวันที่ 30 เมษายน 2561 และทางราชการจะปลดเป็นทหารกองหนุนกลับภูมิลำเนาเดิม ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 กองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัด “พิธีส่งทหารซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และกระทำพิธีสวนสนาม” ซึ่งมีทหารกองประจำการ ตั้งแต่รุ่นปี 2559 ผลัดที่ 1, รุ่นปี 2560 ผลัดที่ 1 และผลัดที่ 2 ของหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วย กองทัพน้อยที่ 3, กองพลทหารราบที่ 4, กองพลพัฒนาที่ 3, กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, มณฑลทหารบกที่ 39, โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช,กองพันทหารสื่อสารที่ 23 และกองร้อยกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,236 นาย ในส่วนพิธีสวนสนามอำลาธงชัยเฉลิมพล มี พันโท ชาตินักรบ พรศิริรักษ์ เป็น ผู้บังคับกองผสม สำหรับการกระทำพิธีในครั้งนี้ เพื่อให้ทหารที่จะได้รับการปลดดังกล่าว ได้ตระหนักในสิทธิหน้าที่ของตน ที่จะต้องปฏิบัติเมื่อเป็นทหารกองหนุน และได้มีโอกาสกล่าวอำลา พร้อมทั้งรับฟังโอวาทจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่ได้รับราชการครบ ตามระยะเวลา ตลอดจนเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวทหารกองหนุน ทั้งนี้ การเป็นทหารกองประจำการของทหารทุกนาย จะได้รับการดูแลและอบรมจากกองทัพภาคที่ 3 เป็นอย่างดี    
   ทำให้มีระเบียบ วินัย และความรับผิดชอบ สามารถนำไปปฏิบัติหลังการปลดจากกองประจำการ เพื่อไปดูแลชุมชน หรือหมู่บ้านของตนเอง รวมไปถึงการนำเอาความรู้ ทักษะ การฝึกต่างๆ และประสบการณ์ ที่ได้รับจากหน่วยทหาร นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ตลอดจนการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดีของชาติ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมอีกด้วย นอกจากนี้ทหารกองประจำการทุกรุ่นก่อนปลดประจำการเป็นทหารกองหนุน ทางกองทัพภาคที่ 3 จะจัดอบรมวิชาชีพตามที่ถนัดให้กับทหารทุกนาย โดยส่งอบรมที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเขต 9 เพื่อพัฒนาและเพิ่มทักษะนำไปสู่การประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง และครอบครัว หลังปลดประจำการต่อไป หน้าที่ในการเป็นทหาร จะยังคงดำรงอยู่ และติดตัวพวกเราไปจนตราบสิ้นลมหายใจ ดังคำกล่าวที่ว่า เป็นทหารเพียงหนึ่งวัน เปรียบเสมือน เป็นทหารตลอดชีวิต ความเป็นทหาร จะต้องปกป้อง และยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะอยู่ที่ไหน ประกอบอาชีพอะไร หน้าที่ของทหาร คือต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชน และเป็นทหารกองหนุนที่ดีของชาติ เมื่อได้รู้ ได้เห็น สิ่งที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ต้องถือเป็นหน้าที่ ที่จะต้องรีบรายงานกองทัพ หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทันที
   สำหรับธงชัยเฉลิมพลถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหาร ที่ทหารทุกคนต้องเคารพสักการะ และพิทักษ์รักษาไว้ด้วยชีวิต ถือเป็นธงประจำหน่วยทหารที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ลักษณะของธงชัยเฉลิมพล มีความคล้ายกับธงชาติ ทำด้วยผ้าชนิดดี ตรงกลางมีตราเครื่องหมายประจำหน่วย ปักด้วยดิ้นทอง ยอดบนสุดเป็นโลหะทอง มีแถบริบบิ้นสีธงชาติห้อยชาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรจุ เส้นพระเจ้า พร้อมด้วยพระพุทธรูปที่ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ชื่อ พระยอดธง ธงชัยเฉลิมพลถือเป็นเกียรติยศของทหารหน่วยนั้น เมื่อเวลาเข้าสู่สงคราม ทหารจะต้องรักษาธงชัยเฉลิมพลยิ่งชีพ
   ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวอวยพรให้ทหารทุกคนที่ปลดประจำการ เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมด้วยความปลอดภัย พร้อมทั้งแสดงความดีใจ และขอบคุณน้องๆทหาร ที่ได้ตั้งใจปฏิบัติงานช่วยเหลือหน่วย ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ ตลอดจนให้น้องๆ ประพฤติตนเป็นแหล่งข่าวที่ดี สามารถแจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหว ของผู้ที่ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติ ให้กับผู้บังคับบัญชาได้ตลอดเวลา และหากมีความเดือดร้อนในเรื่องใดที่ต้องให้ช่วยเหลือ ก็ให้แจ้งบอกกับผู้บังคับบัญชาได้ทุกวันเวลาเช่นกัน โดยให้ระลึกอยู่เสมอว่า “เราคือครอบครัวเดียวกัน” ตลอดไป
   ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่กำลังพลทหารทั้งหลายได้เข้ามารับราชการในกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 นั้น  ได้รับการฝึกอบรมในวิชาทหาร ตลอดจนได้รับการเสริมสร้าง ให้เป็นคนมีระเบียบวินัย มีความรักหมู่คณะ รักกรมกอง  ซึ่งถือว่ากำลังพลทหารทุกนายเป็นผู้เสียสละเป็นอย่างมาก และขอให้ทหารทุกคนได้นำสิ่งที่ดี ที่ได้รับการปลูกฝังการอบรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวทหารและครอบครัวต่อไป  อีกทั้งขอให้กำลังพลทหารทุกคนตระหนักอยู่เสมอว่า กองทัพภาคที่ 3  คือ บ้านหลังที่ 2  ในยามใดที่บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม และชาติบ้านเมืองต้องการกำลังพลทหารกองหนุน ขอให้ทหารทุกนายที่ปลดประจำการในครั้งนี้  กลับมารับใช้ชาติ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยต่อไป ซึ่งในพิธีสำคัญครั้งนี้มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาร่วมแสดงความยินดี และเป็นกำลังใจให้แก่ทหารที่เข้ารับการปลดประจำการทุกนาย ด้วย







































ข่าวทั่วไทย พิจิตร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พิจิตรเขต 2 พร้อมกันหรือยัง ถึงเวลา จังหวัดพิจิตร ต้องเปลี่ยนด้วยนโยบายที่สามารจับต้องได้ ไปกันต่อกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คิดจริง ทำจริง เพื่อพี่น้องประชาชน

เมื่อประชาชนเรียกร้อง งานนี้จึงโดดลงมาเต็มตัว เพื่อพี่น้องประชาชน เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เดินหน้าลุยหาเสียง พร้อมด้วยทีมงาน พบปะชาวบ้าน เขตที่ 2 อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ อ.ดงเจริญ คนทำงาน มุ่งมั่น ตั้งใจ อาสา เพื่อคนพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ผมเลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส เบอร์ 5 จึงอาสาเข้ามา เพื่อรับใชพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือ จริงใจ จากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวพิจิตรรู้ดี  จริงใจ ทำจริง เดินหน้าแก้ไขทุกวิกฤต ด้วยมุ่งมั่น และเข้าใจปัญหา อาสาลุยงานในเขตพื้นที 2 งานนี้พี่น้องประชาชน ให้การตอบรับเป็นอย่างดี อย่าลืม วันที่ 8  กุมภาพันธ์ 2569 เลขาฯวัชรินทร์ แทนจำรัส อย่าลืมกา เบอร์ 5 และพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เท่านั้น นกพิราบ ศูนย์ ข่าวพิจิตร

ตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร แถลงข่าวจับยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมอุปกรณ์ของกลางปืน รถยนต์ 4 คัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2568 เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย นาย กิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ร่วมแถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ได้ 400,000 เม็ดสืบเนื่องมาจากวันที่ 6 มิ.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดพิจิตร ได้รับแจ้งจากสายลับ โดยใช้ชื่อในโปรแกรม line ว่า .ไอ้แดง.ได้แจ้งว่ามียาเสพติดถูกซุกซ่อนในพื้นที่ อ. วังทรายพูน พร้อมทั้งได้ส่งพิกัดแจ้งตำแหน่ง ที่บริเวณริมคลองทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน ม.2 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบถังพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเสพติด ภายในบรรจุยาเสพติด (ยาบ้า )อยู่ในห่อพลาสติก จำนวน 40 มัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวมทั้งหมด 400,000 เม็ด ชุดสืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร จึงได้แจ้งให้ผู้กำกับการสถานีตำภูธรธรวังทรายพูนรับทราบ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนวังทรายพูน และร้อยเวร เข้าพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุ และได้แจ้ง พฐ.จว.พิจิตร เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และทาง กก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร ได้ทำการสืบสวนในทางลับ จนถึงเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง ในกา...

พิธีถวายใบตราตั้ง พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์คณะกรรมการบริหารกองการฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ ณ อาคารวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ (แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีมะเมีย) “พิธีถวายใบตราตั้ง พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์คณะกรรมการบริหารกองการฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ ณ อาคารวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา ๑๓.๓๐ น. “พระพรหมวัชรธีราจารย์ ศ.ดร.อธิการบดี มจร.เป็นประธานในพิธี เดินทางถึงปรัมพิธี จุดธูปเทียน กล่าวนำบูชาพระรัตนตรัย “พระครูธรรมธรสัมพันธ์ ถิรธมฺโม เลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระ แห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายเครื่องสักการะ “ดร.แม่ชีณัฐญาวรรณ เปรมสกุล”ประธานมูลนิธิ โพธิวัณณา ถวายเครื่องสักการะ ศาสนพิธีกร สมาทานศีล พระครูธรรมธรสัมพันธ์ ถิรธมฺโม เลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวถวายรายงาน “พระมหาภาธร อาภาธโร,ดร.”ผู้ช่วยเลขาธิการกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ขานรายนาม พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยพระวิปัสสนาจารย์ คณะกรรมการบริหารกองการวิปัสสนาธุระฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘ รับใบตราตั้ง ประธานในพิธีฯมอบใบตราตั้งและพัดรอง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ประธานในพิธีฯ ให้โอวาทเป็นอันเสร็จพิธี ถา...